Surprise story

อยู่ดีๆก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นอีกครั้ง เพียงเพราะใครก็ไม่รู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจอ่ะไรเพียงแค่เห็นว่ารักดี
แต่ก็ปล่อยผ่านเลยเพราะคิดแบบที่ผู้ชายทั่วไปควรจะคิด
สวยขนาดนี้เค้าน่าจะมีแฟนแล้ว หรือไม่ก็ สวยขนาดนี้เค้าจะสนเราหรอว่ะ
จนกระทั่งเราได้พูดคุยโต้ตอบกัน ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
ในหัวคิดไปไกล กูมีสิทธิ์ป่าวว่ะ เราจะจีบติดป่าวว่ะ และอีกมากมายคิดไปเกินเลยกว่่าที่เป็นอยู่
ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นักในเรื่องความรัก และที่สำคัญผมชอบคนง่าย
ผมไม่รู้หรอกว่า แบบไหนถึงจะเรียกว่าจีบได้หรือไม่ได้ ผมถามไปตรงๆเค้ายิ้มกลับมา
เฮ้ย มันมีความหมายยังไงว่ะ เฮ้ย ผมไม่เข้าใจจริงๆ ?

We Got Married

 เพื่อนถามว่าจะแต่งงานตอนอายุเท่าไหร่ ผมก็ตอบไปว่าน่าจะราวๆ 30แหละ หรือไวกว่านั้น

น่าจะเป็นช่วงอายุที่โอเคที่สุดแล้วอย่างน้อยก็มีลูกทันใช้ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอก
ด้วยความที่รูปแบบการทำงานของสายงานแบบเราๆ
ดูตัวอย่างจากอาจารย์หลายๆคน 30-34 แล้วยังหาแฟนไม่ได้เลยก็มีหลายคน
เคยถามอาจารย์ได้คำตอบกลับมาว่าไม่มีเวลา
วันๆ หมกตัวอยู่กับงานทำเสร็จก็ดาหน้าไปเจอลูกค้าเจอลูกศิษย์
ชีวิตวนเวียนอยู่แค่นี้ไม่ได้พบเจอใครมากเท่าหนุ่มสาวออฟฟิศ
ฟังแล้วก็มองตัวเองตั้งเป้าหมายไปว่าเอาว่ะ
ก่อน30 เนี่ยต้องมีแฟนและแต่งงานให้ได้ แต่การเริ่มต้นมองหาและคบใครซักคนเนี่ย
มันใช้เวลาเยอะน่ะบางที เสียเวลาหลายปี
แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าไปกันไม่รอดก็เห็นมาแล้วหลายราย
ประมานๆไว้ว่า 6เดือน-1ปี จะพอไหมสำหรับการมองหา
และเริ่มต้นความสัมพันธุ์กับใครซักคน
2-3ปีจะพอมั๊ยกับการทำความรู้จักใครซักคน แบบจริงจังมากขี้น
มันต้องใช้เวลาเท่าไหร่กันน่ะ กับการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวในแบบคนรัก

Type

ผมชอบรูปแบบความรักของผู้ใหญ่มากกว่า ความรักในแบบของเด็กๆที่จะต้องคอยมานั่งโอ๋กันง้อกันซะทุกเรื่อง มีการเอาคืนกันเพราะอีกฝ่ายทำก่อน ต้องคุยกันตลอดเงียบก็ไม่ได้ ไม่มีช่วงให้หยุดพักความคิด ซึ่งมันไม่ใช่ผมเลย แค่รู้สึกว่าความรักในแบบเด็กๆมันดูมากเรื่องยุ่งยาก วุ่นวายมากเกินไป เกินกว่าที่ผมจะรับไหว

ความรักในแบบของผู้ใหญ่จากมุมมองผม คือการที่เรามีพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน เปรียบเป็นวงกลมสองวงที่มีบางส่วนมาทับกันเท่านั้น 10-30% ที่ทับกัน ส่วนที่เหลือคือพื้นที่ใช้ชีวิตของใครของมัน มีการงอนง้อบ้างเล็กน้อยให้ดูพอเหมาะพอควร พูดจากันแบบปกติ เข้าใจ ใช้เหตุผลเข้าหากันมากกว่าที่จะจ้องเอาชนะ อีกฝ่ายมากจนเกินไป

Back

ถึงเวลากลับไปเริ่มต้นอะไรใหม่อีกครั้ง เริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆเสียที เมื่ออาชีพที่ทำอยู่มันทำท่าว่าไปไม่รอดเราก็ควรที่จะโบกมือลา

หาอย่างอื่นทำสิ่งที่คิดว่าเหมาะกับเรามากกว่า ถ้าวันไหนมีแรง ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้งก็อาจจะกลับมาทำ แต่ วันนี้ ช่วงเวลานี้
หมดแรงจะสู้จริงๆไม่เหนื่อยที่จะสู้ แต่ท้อมากกว่า เมื่อสิ่งที่ทำลงไปมันไม่มีอะไรตอบสนองกลับมาเลย

ทำอะไรย่อมหวังผลจากสิ่งนั้นเป็นธรรมดา ปลูกต้นไม้ไว้กินผล นานเข้าผลไม่ออกก็คงเลิกปลูกอยู่ดี

ความรักก็คงไม่ต่าง มีขีดจำกัดของมันเอง คงไม่มีใครที่จะทนกับการทำอะไรฝ่ายเดียวแล้วไม่มีอะไรสะท้อนกลับมาเลยหรอกน่ะ

ในเมื่อเขาไม่สนใจ พยายามเท่าไหร่ก็ผลเช่นเดิมเราจะทนต่อเพื่ออะไร เปลี่ยนทางดีกว่าเหอะ ถ้าทางเก่ามันอ่อนล้าที่จะเดินเพียงเพราะ

จุดหมายที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกมันเริ่มจางหายไป …

If I Were

All my life I just want “real love”.

That’s so precious.

Anybody, please help me.

well, just anybody. I’m so jealous.

 

I dream of a woman in the sky with diamond.

So shimmerin Nothin is real, Oh my love.

I wish you’re the one I always imagine.

 

Could you be my real love that I long for ?

Would you be my you if I were ?

 

#lyric

Uneasy

ไม่น่าเชื่อว่านับจากวันนั้นที่เราทำอะไรบ้าๆลงไปจนมาถึงวันนี้ มันล่วงเลยผ่านมา หลายเดือนแล้ว เราจำวันแรกวันนั้นได้ดี วันที่เราตัดสินใจทำอะไรบางอย่างครั้งแรกในชีวิตของคนที่ กากๆคนหนึ่ง ไม่เคยจีบผญด้วยอาการแบบนี้มาก่อน เคยเป็นกันป่ะแบบอยากรู้อ่ะว่าเรากับเขาจะไปกันได้ไหม แม้ในตอนนั้นจะยังไม่ได้รู้จักแต่คิดก็ไปไปถึงขนาดนั้นแล้ว ดูเป็นอะไรที่บ้าบอคอแตกพอสมควรเลย

ส่วนความคืบหน้าเทียบกัน ณ วันนี้กับวันแรกแทบจะมองไม่เห็นความต่างเลย มีคนบอกว่าชอบเกิน4เดือน มันคือความรัก ก่อนหน้านั้นมันคืออาการหลง ถ้าผ่านช่วงเวลาที่ว่าไปได้เนี่ยถือว่าเราชอบเขาจริงๆ แล้วที่เราทำอยู่ในตอนนี้มันเป็นเหตุผลของความรู้สึกที่เรียกว่าอะไรกัน รัก หลง

อะไรซักอย่างที่ตอนนี้ยังตอบตัวเองไม่ได้ รู้แค่ว่าอยากทำทุกวัน อยากทำอะไรก็ได้ที่คนนั้น เขาจะไม่รำคาญหรือรำคาญก็ให้น้อยที่สุดอ่ะ จริงๆอยากคุยด้วยทุกวันอยากมีประโยคเปิดดีๆซักประโยคที่ทำให้การเริ่มต้นสนทนาไหลลื่นไปแบบปกติและแนบเนียนที่สุด แต่ยังทำไม่ได้ซะที เคยนั่งคิดกับตัวเองว่าอะไรคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างไปแบบช้าๆ ได้ข้อสรุปให้ตัวเองออกมาว่า มีปัจจัยที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ พยายามแก้ไขอยู่น่ะ ถ้าเขาไม่ไปชอบใครซะก่อน ถ้าเรามีโอกาส ถ้าเขาก็เปิดโอกาสให้เรา พยายามต่อไป จนกว่าจะสำเร็จ หรือไม่ก็แพ้….

คุณไม่รู้ว่าชอบจริงๆ หรือว่ารู้แล้วแต่ยังเล่นตัวกันน่ะ คุณรู้ไหมคำพูดเหล่านั่นมันทำให้คิดไปต่างๆนานาด้วยความที่ไม่เคยมีใครมาทำแบบนี้ หัวใจมันเลยพองโตทุกครั้ง ให้ตายเถอะ

คุณจะรู้บ้างไหมว่ามีอะไรที่ผิดสังเกต ?

Gift

มีคนบอกว่ามนุษย์เราแต่ล่ะคน เปรียบได้กับของขวัญกล่องหนึ่ง แต่ล่ะคนก็มีรูปร่างหีบห่อที่แตกต่างกันไป และไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่อยู่ข้างในได้จนกว่าจะถูกแกะออกมา การถูกแกะก็คือการที่เราได้ความรู้จักนั่นเอง คือการปลดล็อคการไม่รู้เกี่ยวกับคนๆนั้น ให้รู้ เปรียบผมเป็นกล่องของขวัญ แน่นอน ผมคือของขวัญที่ไม่สวยเท่าไหร่นัก หีบห่อก็ไม่ได้ดีอะไรเหมือนคนอื่น เพราะฉะนั้นถ้าผมจะจีบใคร ผมจะแสดงตัวตนของผมให้ชัดเจนที่สุด เพื่อให้เขามองข้ามหีบห่อภายนอกของผมไป หันไปสนใจสิ่งที่อยู่ภายในแทน ผมจะไม่รีรอที่จะทำให้เค้าเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในตัวผมเด็ดขาด ถ้าผมชอบเค้าคนนั้นจริงๆ ผมชอบคนจากรูปร่างภายนอกแต่อยู่กับนิสัยใจคอของเขา ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหนถ้านิสัยใจคอเราไปกันไม่ได้ ทุกอย่างมันก็จบ ยื้อไปรั้งไปก็เสียเวลาเปล่า ยอมรับและเดินหน้าต่อดีกว่า

การปรับตัวก็เป็นเรื่องที่ดีน่ะ แต่ต้องปรับแบบพอดี ถ้าปรับจนเกินปรกติมากไปซักวันหนึ่งเราจะทนไม่ไหวกลับไปทำแบบเดิมอยู่ดี อยู่กับคนที่ทำให้เราเป็นปรกติได้ทุกวันจะดีกว่า

maybe you to know

ความรักในแบบของผม ผ่านการคิดและใช้เวลาในการที่จะทำให้มันตกตะกอนเป็นเป็นความรู้สึกที่แท้จริง กว่าจะเรียกได้ว่ารัก แบบเต็มปากเต็มคำ

ผมแค่ไม่อยากให้ความรู้สึกที่ดี มันหวือหวามากไปจนเกินปกติของตัวเอง อยากให้คุณรู้ว่าตัวตนของผมเป็นยังไง ค่อยๆศึกษากันไป ผมอยากคบนานๆ อยากทำให้สิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ มันเป็นความแน่ใจ

ผมเป็นผู้ชายธรรมดา มากถึงมากที่สุด เฉยๆกับทุกเรื่องที่สามารถจะทำให้มันเฉยๆได้ อาจจะไม่ได้แสดงออกว่าผมปลื้มคุณมากแบบผู้ชายคนอื่น

แต่จริงๆแล้ว ผมว่าผมก็ใส่ใจกับคุณไม่แพ้คนอื่นเลยน่ะ ผมเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับคุณไว้เยอะมาก จนคุณอาจจะคาดไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ

ผมคิดว่าการรักแบบฟุ่มเฟื่อยเป็นการเสียเวลา ผมคบทีล่ะคน เลือกทีล่ะคน และก็อยากให้มันเกิดจากความแน่ใจทั้งคู่ ไม่ได้มาจากการเออ ออไปคนเดียว

ผมไม่รู้น่ะว่าผู้ชายคนอื่นเค้าทำยังไงกับคุณ ผมอาจจะทำไม่ได้แบบเขา แต่ผมก็มีวิธีของผมที่ ผมคิดว่าผมทำดีที่สุดแล้ว ผมรักษาระยะห่างระหว่างเราไว้เสมอ เพื่อที่คุณจะไม่อึดอัดมากไป แต่หากคุณจะคิดว่าผมไม่จริงจัง ขอให้คุณรู้ไว้ว่ามันไม่ใช่

ผมถามใจตัวเองซ้ำไปมาเสมอว่า สิ่งที่ทำลงไปนั้นผมยอมรับผลของมันได้ไหม ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปแค่ หลง หรือเปล่า

ถ้าคุณคิดว่าผมทำแบบนี้กับคุณแล้วผมต้องไปทำแบบนี้กับคนอื่น คุณคิดผิดแล้ว ผมสร้างโมเม้นความรู้สึกของตัวเองจากอารมณ์ของคนที่คุยด้วย คนที่คุยแล้วรู้สึกว่าลงตัว สร้างอุณภูมิที่พอดี 🙂

Identity

เราจะอยากมีตัวตน อยากเป็นที่สนใจของคนอื่นไปเพื่ออะไร

เราเคยถามตัวเองป่ะว่าทำไมถึงอยากมีตัวตน 

 ตัวตนที่เราอยากได้มันดีจริงๆหรอ 

ถ้าเราได้มาความเป็นตัวเราจะยังคงอยู่ไหม 

?

Circle

มีคนบอกว่าเวลาเครียด เราก็จะหมกมุ่นอยู่กับสิ่งนั้นมากจนเกินไป ยิ่งเครียดก็ยิ่งคิดมาก

วิธีผ่อนคลายก็คือเอาตัวออกมาจากวงกลมของความเครียดนั้นก่อน ออกมาผ่อนคลาย

ออกมาเป็นคนนอกวงปัญหา เราอาจจะเห็นทางออกของมัน 

เหมือนเวลาทีี่เรามีปัญหาแล้วเราไปปรึกษาคนอื่น สงสัยไหมว่าทำไมคนอื่นมักจะแนะนำทางออกให้เราได้

เพราะเค้าไม่ได้ยืนอยู่ในวงกลมความเครียด เค้ายืนนอกวงกลมนั้น ที่ที่ผ่อนคลายมากกว่าเรา